เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้

ชาวบ้านพร้อมขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมยื่นหนังสือผู้ว่าฯพังงาเรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้

เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้  เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้

ชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน จาก 3 อำเภอ อ.ท้ายเหมือง อ.ตะกั่วป่า อ.คุระบุรี ในพื้นที่จังหวัดพังงา พร้อมขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ ขปส. ได้เดินทางเข้าศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อยื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้ดำเนินการ เร่งแก้ปัญหาและจัดประชุมคณะทำงานตามคำสั่งปลัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง พ.ร.บ.สนับสนุนสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร ตามที่ชาวบ้านได้ร้องขอกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ทำหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เรื่อง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน

ตามที่ชาวบ้านได้ร้องขอกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้แต่งตั้งตัวแทนเครือข่าย ขปส. เป็นคณะกรรมการตามแผนแม่บททวงคืนผืนป่าเพิ่มเติม

เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้  เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้

โดยบรรยากาศในการเรียกร้องและยื่นหนังสือ ทางนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายมานะ จรุงเกียรติขจร ปลัดจังหวัดพังงา ได้ออกมารับหนังสือข้อเรียกร้องพร้อมจัดโต๊ะลงรับเรื่องราวของศูนย์ดำรงธรรมโดยมีชาวบ้านแต่ละคนได้ลงรับเอกสารและเรื่องความเดือดร้อน จากนั้นชาวบ้านได้พอใจและแยกย้ายกลับภูมิลำเนาในเวลาต่อมา

เรียกร้องขับเคลื่อนที่ดินชุมชนและแผนแม่บททวงคืนผืนป่าไม่ส่งผลกระทบผู้ยากไร้

ด้านนายไมตรี จงไกรจักร ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ ขปส. กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของทางชาวบ้านที่เดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และมีการประชุมแก้ปัญหามาอย่างต่อเองนั้น มติที่ประชุม เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 มีว่า การพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชน ให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนและข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง แนวทางในการดำเนินการต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตปกติของประชาชน

หากติดขัดปัญหาเกี่ยวกับระเบียบ กฎหมาย ควรพิจารณาแก้ไขปรับปรุง เพื่อสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขให้แก่ประชาชนตามความเหมาะสม การดำเนินการแก้ไขต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เช่น คำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน กล่าวคือ เร่งรัดจัดสรรที่ดินแก่ผู้ยากไร้ ในลักษณะสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินของชุมชนไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ให้คณะกรรมการ อนุกรรมการ คณะทำงาน แต่งตั้งขึ้นนำผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาประกอบการพิจารณาด้วย